พาวิลเลียนสหภาพยุโรป ณ มหกรรม Thaifex - Anuga Asia 2026
สหภาพยุโรปเข้าร่วมจัดแสดงพาวิลเลียนสหภาพยุโรปที่บูธหมายเลข 5-E01 ณ มหกรรม Thaifex - Anuga Asia 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–30 พฤษภาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ลงทะเบียนเข้าร่วมพิธีเปิด เกี่ยวกับพาวิลเลียนสหภาพยุโรป พาวิลเลียนสหภาพยุโรป ณ มหกรรม Thaifex - Anuga Asia 2026 สัมผัสความเป็นเลิศของอาหารและเครื่องดื่มจากยุโรปในงาน Thaifex - Anuga Asia 2026 ที่ซึ่งรสชาติและวัฒนธรรมมาบรรจบกัน พร้อมเปิดมิติใหม่ให้กับอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านผลิตภัณฑ์จากสหภาพยุโรป
วันและเวลาเปิดทำการ
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์:
สถานที่ เลขที่ 47/569-576 หมู่ที่ 3 ถนนป๊อปปูล่า 3 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
พาวิลเลียนสหภาพยุโรป: บูธ 5-E01
เวลาทำการ:
- วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 10:00-18:00 น.
- วันพุธที่ 27 พฤษภาคม 10:00-18:00 น.
- วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 10:00-18:00 น.
- วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 10:00-18:00 น.
- วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 10:00-18:00 น.
โปรดทราบ: การเข้าร่วมงาน Thaifex - Anuga Asia 2026 จะสมบูรณ์ได้ต่อเมื่อท่านลงทะเบียนเข้าร่วมงานทางออนไลน์เรียบร้อยแล้ว
โปรดคลิกที่ลิงก์นี้ เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
พิธีเปิดอย่างเป็นทางการของพาวิลเลียนสหภาพยุโรป
พิธีเปิดอย่างเป็นทางการของพาวิลเลียนสหภาพยุโรป เปิดโอกาสให้ท่านได้สัมผัสและเรียนรู้ถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจากทั้ง 27 ประเทศสมาชิก พร้อมมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย ความเป็นต้นตำรับ และการผลิตอย่างยั่งยืน ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพิธีเปิด พร้อมด้วย นางหลุยซา ราเกอร์ เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และเชฟดาวเด่น เคลมองต์ เฮอร์นานเดซ ที่จะรังสรรค์เมนูพิเศษให้ทุกท่านได้สัมผัส
ขอเชิญเข้าร่วมพิธีเปิดในเวลา 15:00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ณ พาวิลเลียนสหภาพยุโรป (บูธ 5-E01 ฮอลล์ 5)
ลงทะเบียนเข้าร่วมพิธีเปิดพาวิลเลียนของสหภาพยุโรปได้ที่นี่ โปรดทราบว่าท่านต้องทำการลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Thaifex - Anuga Asia 2026 ก่อน
ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ณ งาน Thaifex - Anuga Asia 2026
ค้นพบความหลากหลายของผลิตภัณฑ์อาหารจากยุโรปที่น่าตื่นตาตื่นใจ ผ่านการเยี่ยมชมบูธต่าง ๆ ภายในงาน ที่นำเสนออาหารและเครื่องดื่มจากสหภาพยุโรปหลากหลายประเภทจากทั้ง 27 ประเทศสมาชิก
ร่วมสำรวจพาวิลเลียนของสหภาพยุโรปในงาน Thaifex - Anuga Asia 2026
Practical information
กำหนดการ
กิจกรรมภายในพาวิลเลียนสหภาพยุโรป
กำหนดการกิจกรรมตลอด 5 วันของพาวิลเลียนสหภาพยุโรปภายในงาน Thaifex - Anuga Asia 2026 ประกอบด้วยการชิมผลิตภัณฑ์ การสาธิตการปรุงอาหาร และเวิร์กช็อปเกี่ยวกับสินค้า ที่จะนำเสนอความเป็นเลิศของอาหารและเครื่องดื่มจากสหภาพยุโรป
ภายในพาวิลเลียนจะมีการจัดช่วงเวลาชิมผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ลิ้มลองผลิตภัณฑ์คัดสรรจากสหภาพยุโรป ได้แก่:
ผลิตภัณฑ์นม
เนื้อวัว ผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแปรรูป รวมถึงเนื้อแกะและเนื้อแพะ
ผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล แพร์ กีวี่ เชอร์รี่ มันฝรั่ง องุ่น ส้ม แมนดาริน และผลไม้ตระกูลส้ม
ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรแปรรูป เช่น ขนมหวาน ช็อกโกแลต พาสต้า และบิสกิต
ไวน์ เบียร์ และสุราที่ได้รับการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)
น้ำมันมะกอก
ผลิตภัณฑ์มากกว่า 350 รายการจะถูกจัดแสดงภายในพาวิลเลียนของสหภาพยุโรป โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับสินค้าออร์แกนิก และผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งเป็นระบบการรับรองเฉพาะของสหภาพยุโรป เพื่อคุ้มครองสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นและวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม ผ่านกิจกรรมที่เน้นตัวผลิตภัณฑ์และการสาธิตการปรุงอาหารสดหลากหลายรายการ:
- การสาธิตการปรุงอาหาร โดย เชฟเคลมองต์ เฮอร์นานเดซ และ เชฟใบตอง สนิทวงศ์
- เซสชันที่เน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ Thaifex2026@agripromotion.eu.
ตัวแทนจากสหภาพยุโรป
นายคริสตอฟ ฮันเซน
นายคริสตอฟ ฮันเซน ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการด้านการเกษตรและอาหาร โดยมีบทบาทในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ความสามารถในการรับมือ และความยั่งยืนของภาคเกษตรกรรม พร้อมขับเคลื่อนข้อเสนอแนะตามการหารือเชิงยุทธศาสตร์ว่าด้วยอนาคตของการเกษตรในสหภาพยุโรป (Strategic Dialogue on the Future of Agriculture in the EU) เพื่ออนาคตของภาคการเกษตรในสหภาพยุโรป
เขามีหน้าที่รับผิดชอบในการ:
- พัฒนาวิสัยทัศน์ด้านการเกษตรและอาหาร (Vision for Agriculture and Food) เพื่อให้ภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมอาหารมีขีดความสามารถในการแข่งขันและมีความยั่งยืนในระยะยาว
- ดูแลให้นโยบายเกษตรร่วม (common agricultural policy) ในอนาคตมีความเหมาะสมต่อการใช้งานจริง ให้การสนับสนุนอย่างตรงจุดแก่เกษตรกรที่ต้องการความช่วยเหลือ พร้อมสร้างแรงจูงใจและส่งเสริมผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
- ส่งเสริมการลงทุนและนวัตกรรมในภาคเกษตรและอาหาร เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่เป็นธรรมและเพียงพอ พร้อมคุ้มครองจากแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
- พัฒนากลยุทธ์เพื่อการส่งต่อภาคการเกษตรสู่คนรุ่นใหม่ ช่วยให้ฟาร์มครอบครัวและเกษตรกรรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงเงินทุนได้
- ดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างอธิปไตยทางอาหารของยุโรป
- รับมือกับความท้าทายเฉพาะด้านที่พื้นที่ชนบทกำลังเผชิญ
นางหลุยซา ราเกอร์
นางหลุยซา ราเกอร์ ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหภาพยุโรป (EU) ประจำราชอาณาจักรไทย
นางราเกอร์ทำงานให้กับสหภาพยุโรปมาเป็นเวลากว่า 25 ปี ก่อนเข้ารับตำแหน่งปัจจุบัน เธอดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้และมหาสมุทรอินเดีย ประจำกระทรวงการต่างประเทศสหภาพยุโรป (European External Action Service หรือ EEAS) ระหว่างปี 2566 ถึง 2568 โดยรับผิดชอบดูแลความสัมพันธ์กับ 14 ประเทศในแอฟริกาตอนใต้และแถบมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงองค์กรระดับภูมิภาคอีก 3 ในเวลาเดียวกัน ระหว่างปี 2561 ถึง 2566 เธอดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนของ EEAS
นางราเกอร์มีประสบการณ์อย่างกว้างขวางในประเทศไทย โดยเคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำราชอาณาจักรไทย ระหว่างปี 2557 ถึง 2561 และก่อนหน้านั้น ในช่วงปี 2549 ถึง 2553 เธอทำงานที่คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำสหรัฐอเมริกา ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายคมนาคม พลังงาน และสิ่งแวดล้อม
ที่สำนักงานใหญ่ของ EEAS นางราเกอร์ยังเคยปฏิบัติงานเป็นเวลา 2 ปี ในสำนักงานเลขานุการส่วนตัวของประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) ก่อนหน้านั้น เธอรับผิดชอบงานด้านความสัมพันธ์กับประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา
นางราเกอร์เริ่มต้นเส้นทางอาชีพในภาคเอกชน โดยดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายกิจการยุโรปและภาครัฐของบริษัท Ford Motor Company Europe ระหว่างปี 2538 ถึง 2543
เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้าน European Studies จาก College of Europe เมืองบรูช ประเทศเบลเยียม และปริญญาเกียรตินิยมด้านรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จาก University of Trieste ประเทศอิตาลี
ดีเอโก คังกา ฟาโน
นายดีเอโก คังกา ฟาโน เป็นชาวสเปนที่มีประสบการณ์ในด้านกิจการสหภาพยุโรปมากกว่าสามทศวรรษ โดยตลอดเวลาที่ผ่านมาเขามีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายส่งเสริมภาคเกษตรกรรม (AGRI Promotion) และภารกิจระดับสูงต่าง ๆ นายดีเอโกดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการในคณะกรรมาธิการยุโรป กรมเกษตรกรรมและการพัฒนาชนบท (DG AGRI) มาตั้งแต่ปี 2014 หลังจากที่เคยทำงานในรัฐสภายุโรปและมีประสบการณ์ในแวดวงการเมืองระดับชาติ เขาได้กลับมารับตำแหน่งผู้อำนวยการ DG AGRI อีกครั้งในเดือนตุลาคม 2023 โดยรับผิดชอบด้านการประชาสัมพันธ์ งานวิจัย และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์
ผู้ดำเนินรายการ
นภัชชา วงศ์พานิช
นภัชชา วงศ์พาณิชย์ เป็นพิธีกรมืออาชีพที่มีประสบการณ์ที่โดดเด่นในการดำเนินรายการสำหรับงาน B2B งานองค์กร และงานภาครัฐระดับสูงในประเทศไทย รวมถึงงานแสดงสินค้านานาชาติและการประชุมเจาะกลุ่มอุตสาหกรรม เธอมีความเชี่ยวชาญในการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ชมระดับมืออาชีพ ทั้งในรูปแบบออนไซต์และไฮบริด พร้อมดูแลให้การสื่อสารเป็นไปอย่างชัดเจนและลำดับงานดำเนินไปอย่างราบรื่น
นอกจากนี้ เธอยังเคยทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการในงานระดับองค์กรและงานวิชาการที่จัดโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งถ่ายทอดสดในรูปแบบไฮบริดผ่าน Zoom และ Facebook Live สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารบรรยากาศงานทางการ และการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากหลากหลายภาคส่วนได้อย่างมั่นใจและเป็นมืออาชีพ
เชฟ
เชฟใบตอง สนิทวงศ์
เชฟใบตอง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา หรือที่รู้จักกันในชื่อ เชฟใบตอง เป็นบุคคลที่มีความสามารถโดดเด่นในวงการอาหารของประเทศไทย เธอสร้างชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการเป็นผู้เข้าแข่งขันที่โดดเด่นในรายการ MasterChef Thailand Season 5 ซึ่งเธอสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมด้วยเทคนิคการปรุงอาหารที่แม่นยำและความคิดสร้างสรรค์ หลังจากประสบความสำเร็จในรายการ เธอยังได้ปรากฏตัวในรายการแข่งขันทำอาหารระดับประเทศอื่น ๆ รวมถึงรายการ Bidcoin Chef ในปี 2565 อีกด้วย
เธอเป็นเจ้าของและหัวหน้าพ่อครัวของร้าน Sanitwong Bites & Brews ร้านอาหารที่เน้นสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนคอมฟอร์ตฟู้ด (Mediterranean comfort food) ที่ผสานหัวใจความเป็นไทยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว แนวทางการปรุงอาหารของเธอได้รับอิทธิพลอย่างมากจากศาสตร์การทำอาหารแบบยุโรป จากประสบการณ์ระดับมืออาชีพและการค้นคว้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอมีความรู้ที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับวัตถุดิบจากยุโรป ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันมะกอก ชีส เนื้อสัตว์แปรรูป ผักดอง และผลิตภัณฑ์งานฝีมือ (Artisanal products) อื่นๆ ซึ่งเธอได้นำมารังสรรค์และบรรจุลงในเมนูของเธออย่างพิถีพิถัน
นอกเหนือจากเส้นทางอาชีพในฐานะเชฟแล้ว เชฟใบตองยังกำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก (PhD) สาขาการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเติบโตและการพัฒนาความรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง ปรัชญาการทำอาหารของเธอให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านวัตถุดิบ โดยมีการผสมผสานอิทธิพลจากเมดิเตอร์เรเนียนเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่มีเอกลักษณ์ เพื่อรังสรรค์เมนูที่มีรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่ชัดเจน แต่ยังเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจในระดับสากล
เชฟเคลมองต์ เฮอร์นานเดซ
เป็นเชฟชาวฝรั่งเศสและผู้สอนการประกอบอาหารที่พำนักอยู่ในกรุงเทพมหานคร เขาเป็นที่รู้จักจากความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคการทำอาหารแบบฝรั่งเศสดั้งเดิมและอาหารเมดิเตอร์เรเนียน ตลอดจนบทบาทอันโดดเด่นในแวดวงอาหารนานาชาติของประเทศไทย เดิมมีภูมิลำเนาจากเมืองกาออร์ (Cahors) ปรัชญาการทำอาหารของเขาเติบโตจากแนวคิดการปรุงอาหารอย่างจริงใจ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ในวัยเยาว์บนฟาร์มของปู่ย่าตายายของเขา และได้รับการขัดเกลาต่อยอดในครัวระดับมิชลินทั่วฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร ภายใต้การดูแลของเชฟชื่อดังอย่าง เชฟมิเชล รูซ์ และ เชฟฌอง คูโซ
นับตั้งแต่ย้ายมาพำนักในประเทศไทยเมื่อปี 2558 เขาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะผู้เชื่อมโยงโลกของไฟน์ไดนิ่ง (fine dining) การศึกษาด้านอาหาร และสมาคมวิชาชีพเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เขาดำรงตำแหน่งประธาน Les Disciples d’Escoffier Thailand และเคยเป็นอาจารย์ผู้สอนที่ Le Cordon Bleu Dusit ทำให้เขามีบทบาทในการพัฒนาเชฟรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ นอกจากนี้ เขายังมีส่วนสำคัญในแคมเปญ “Colours by Europe. Tastes of Excellence” ของสหภาพยุโรป (2564-2565) ซึ่งสะท้อนถึงทัศนคติและเป้าหมายเชฟเคลมองต์ที่สอดคล้องอย่างมากกับโครงการส่งเสริมอาหารของสหภาพยุโรป
ปัจจุบัน เชฟเคลมองต์ เฮอร์นานเดซ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพ่อครัว (Executive Chef) ของ ห้องอาหาร The Allium Bangkok โรงแรมดิ แอทธินี โดยเมนูของเขานำเสนอรสชาติสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่ประณีตผ่านเทคนิคการปรุงอาหารแบบฝรั่งเศส พร้อมเมนูซิกเนเจอร์อย่าง "Childhood Paella" และ "Mediterranean Octopus with ’Nduja" อาหารของเขาสะท้อนถึงความสมดุลระหว่างความแม่นยำ ความใส่ใจ และการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านอาหาร ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เขาคู่ควรอย่างยิ่งกับการเป็นทูตวัฒนธรรมอาหารยุโรปในประเทศไทย
ซอมเมอลิเยร์
แอนโทนี คาราเดค
แอนโทนี คาราเดค เริ่มต้นเส้นทางในสายอาชีพตั้งแต่ปี 2540 หลังสำเร็จการศึกษาด้านการโรงแรมและการบริหารร้านอาหาร โดยมีความเชี่ยวชาญด้านซอมเมอลิเยร์โดยเฉพาะ พื้นฐานความเชี่ยวชาญของเขาถูกหล่อหลอมด้วยขนบธรรมเนียมการบริการแบบยุโรป ผ่านการขัดเกลาทักษะงานบริการโรงแรมที่ Grand Hôtel des Bains โรงแรมระดับห้าดาวในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนย้ายสู่กรุงลอนดอนในปี 2545 กับตำแหน่งซอมเมอลิเยร์ในร้านอาหารระดับดาวมิชลิน Pétrus by Gordon Ramsay
แอนโทนีย้ายกลับฝรั่งเศส และเปิดร้านอาหารที่ชูโรงไวน์เป็นหัวใจหลักในปี 2550 พร้อมนำเสนอรายการไวน์และผลิตภัณฑ์จากยุโรปที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ในเวลาต่อมา เขาได้ขยายกิจการเข้าสู่ประเทศไทย โดยก่อตั้งและบริหารกิจการผลิตขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสจนถึงปี 2562 เผยแพร่ความประณีตแห่งศิลปะการทำอาหารยุโรปสู่ต่างประเทศ
ในปี 2022 เขาได้รับประกาศนียบัตรรับรองคุณวุฒิจาก WSET (Wine & Spirit Education Trust) ระดับ 3 ในด้านไวน์ และสาเกญี่ปุ่น รวมถึงการรับรอง Master Sake จากจังหวัดเฮียวโงะ ประเทศญี่ปุ่น
ในปี 2566 แอนโทนีได้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาด้านอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีความเชี่ยวชาญด้านการสร้างรายการไวน์ การจัดหาผลิตภัณฑ์จากยุโรป การฝึกอบรมทีมงาน และการวางกลยุทธ์ด้านคอนเซ็ปต์ธุรกิจ ต่อมาในปี 2567 เขาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหาร ของ École Ducasse Nai Lert Bangkok Studio และยังคงมีบทบาทในการสอน นำทัวร์ไวน์ รวมถึงให้บริการปรึกษาระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
อรวรรณ พรรณโยสิ
คุณอรวรรณ หรือคุณแนน เริ่มต้นเส้นทางในสายอาชีพนี้ในปี 2545 หลังสำเร็จการศึกษาด้านการโรงแรมและการบริหารร้านอาหาร โดยได้สั่งสมประสบการณ์ในช่วงแรกที่โรงแรม Centara Koh Chang Tropicana Resort ในระหว่างปี 2547 ถึง 2552 ทำให้เธอมีพื้นฐานด้านการโรงแรมและการบริหารร้านอาหารที่แข็งแรง
ในปี 2552 เธอได้ย้ายมาทำงานที่กรุงเทพมหานคร โดยเริ่มงานที่โรงแรม Four Seasons ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการห้องอาหาร จนถึงปี 2556 ต่อมาเธอรับตำแหน่งผู้จัดการห้องอาหารที่โรงแรม Pullman Bangkok Grande Sukhumvit ระหว่างปี 2557 ถึง 2565 โดยคุณแนนรับผิดชอบดูแลการดำเนินงานของห้องอาหาร ซึ่งช่วยพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำของเธอภายในสภาพแวดล้อมการบริการระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะการพัฒนาทักษะในวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เธอได้รับประกาศนียบัตรรับรองคุณวุฒิจาก WSET (Wine & Spirit Education Trust) ระดับ 3 ในด้านไวน์ และ WSET ระดับ 1 ในหมวดสาเก เมื่อปี 2566
ในปี 2567 เธอได้ร่วมงานกับ WSA (Wine & Spirit Academy) ในตำแหน่งผู้สอนด้านอาหาร ไวน์ และสาเก โดยนำประสบการณ์ในแวดวงการบริการมากกว่าสองทศวรรษ ผสานกับความรู้เฉพาะทางด้านไวน์ มาถ่ายทอดในบทบาทการสอนของเธอ
วิทยากรท่านอื่น ๆ
ออรีมาส บักดานาวีเซียส
ผู้ประกอบการ เจ้าของ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสองบริษัทที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปีในอุตสาหกรรมอาหาร โดยเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกเป็นพิเศษ และเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการจัดหาผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกรวมถึงการผลิตน้ำมันในประเทศลิทัวเนีย
มีความเชี่ยวชาญในการสร้างและพัฒนาธุรกิจที่ดำเนินงานครอบคลุมกลุ่มประเทศบอลติกและตลาดส่งออก โดยมุ่งเน้นการสร้างพันธมิตรในระยะยาว การเติบโตอย่างยั่งยืน และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในระดับสูง
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบ ความน่าเชื่อถือ ชุมชน และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
คลารา มูรา เกเดส
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Monte do Pasto ซึ่งเป็นบริษัทปศุสัตว์และเกษตรอาหารสัญชาติโปรตุเกส โดยทำหน้าที่เป็นผู้นำในการปรับโครงสร้างและเปิดตัวบริษัทอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่งหุ้นส่วนที่ Terracobalto ซึ่งเป็นที่ปรึกษากลยุทธ์การเข้าสู่ตลาด และเป็นสมาชิกคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ ICAP (Institute for Self-Regulation in Advertising)
ในอดีตเคยดำรงตำแหน่ง CEO ของ Queijo Saloio S.A. โดยนำบริษัทเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจครอบครัวสู่องค์กรมืออาชีพที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมในอุตสาหกรรมนมของโปรตุเกส เคยดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารที่ Aveleda, Colep Portugal และ Lacto Ibérica รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงฝ่ายการตลาดที่ Mars Inc. และ L’Oréal Portugal
สำเร็จการศึกษาด้านการจัดการจาก Católica Lisbon SBE ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) จาก Nova SBE และได้รับใบรับรองระดับบริหารจาก INSEAD ปัจจุบันดำรงตำแหน่งในสภาที่ปรึกษาศิษย์เก่าที่ Nova SBE และเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Lisbon Music Academy (AML)
มาร์ค ทิตเทอริงตัน
ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ของ spiritsEUROPE ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 มีประสบการณ์การทำงานเกือบตลอดอาชีพในภาคอาหารและเกษตรกรรม โดยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการในบริษัทระดับโลกหลายแห่ง ทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป อาทิเช่น Indigo Ag และ Syngenta
นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการบริหารของ Forum for the Future of Agriculture ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกที่รวบรวมองค์กรพัฒนาเอกชนและภาคธุรกิจเพื่อสร้างนวัตกรรมสำหรับระบบเกษตรอาหารที่ยั่งยืน ตลอดระยะเวลาการทำงาน เขาได้ทุ่มเทให้กับการเสริมสร้างความร่วมมือด้านเกษตรอาหารระหว่างสหภาพยุโรปและพันธมิตรทั่วโลก
มาร์คเริ่มต้นอาชีพการทำงานด้วยการรับมือกับข้อพิพาทเรื่องการค้ากล้วยในช่วงกลางถึงปลายทศวรรษ 1990 ซึ่งรวมถึงการทำงานให้กับกลุ่มประเทศ ACP (แอฟริกา แคริบเบียน และแปซิฟิก) และในปัจจุบันยังดำรงตำแหน่ง Senior Fellow ที่ Transatlantic Policy Network
เชฟเมล รูจิโมระ
เชฟเมล ศิษย์เก่าผู้ทรงคุณวุฒิจากวิทยาลัยดุสิตธานี และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารที่ได้รับการยอมรับเป็นวงกว้างในแวดวงอาหารประเทศไทย ด้วยเส้นทางอาชีพที่โดดเด่นด้านเทคนิคที่แม่นยำและความคิดสร้างสรรค์กับเมนูอาหารที่ท้าทายขนบ เขาได้สร้างชื่อเสียงจากความสามารถในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านอาหารที่ซับซ้อน ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจและเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะสำหรับผู้เชี่ยวชาญในวงการหรือสาธารณชนก็ตาม
ผลงานของเชฟเมลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในร้านอาหารแต่ยังมีความร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำ อาทิ คอนเซ็ปต์เมนู “Taste of Still Life” ที่ถูกนำเสนอภายในงาน GroundPLAY 2023 ร่วมกับ จิม ทอมป์สัน โดยเขาได้พัฒนาเรื่องราวการรับประทานอาหารแบบหลายประสาทสัมผัส ที่ผสานเอาศิลปะ การเล่าเรื่อง และศาสตร์แห่งอาหารไว้อย่างลงตัว ประสบการณ์เหล่านี้ยิ่งส่งเสริมศักยภาพของเชฟเมลในการสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์ แหล่งกำเนิด และงานฝีมือที่พิถีพิถันในรูปแบบของประสบการณ์อาหารที่ให้สัมผัสกันแบบสด ๆ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญสำหรับกิจกรรมมาสเตอร์คลาสระดับมืออาชีพและงานแสดงสินค้าเชิงธุรกิจ
เชฟเมลได้สั่งสมความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์อาหารและเกษตรจากยุโรปอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะน้ำมันมะกอกจากยุโรประดับพรีเมียม เขามีความรู้ความเข้าใจอย่างดีเกี่ยวกับระบบรับรองคุณภาพของสหภาพยุโรป ทั้ง มาตรฐาน PDO (Protected Designation of Origin หรือ หลักแหล่งกำเนิดที่ได้รับการคุ้มครอง), PGI (Protected Geographical Indication หรือ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ได้รับการคุ้มครอง) และการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของสหภาพยุโรป (EU Organic) อีกทั้งยังเข้าใจว่ากรอบมาตรฐานเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการรับประกันความเป็นต้นตำรับ ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ และความสมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์
จากการทำงานร่วมกับผู้ผลิตชั้นนำจากยุโรป เชฟเมลได้พัฒนาความสามารถในการประเมินคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรู้ทางประสาทสัมผัส อธิบายเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละภูมิภาค และสาธิตให้เห็นว่าน้ำมันมะกอกแต่ละรูปแบบสามารถยกระดับการปรุงอาหารได้อย่างไร แนวทางการทำงานของเขาผสานทั้งวิธีการชิมทางเทคนิคเข้ากับศาสตร์การประกอบอาหารในทางปฏิบัติ ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถเข้าใจทั้งมิติด้านรสสัมผัสและมาตรฐานกำกับดูแลของน้ำมันมะกอกจากยุโรปไปพร้อม ๆ กัน
เชฟมิเชล เจนติลี
เชฟมิเชล เป็นเชฟลูกครึ่งไทย-อิตาลี เป็นที่รู้จักจากการเข้าร่วมรายการ MasterChef Thailand Season 5 ซึ่งเขาโดดเด่นด้วยรสมือที่มั่นใจและมุมมองด้านอาหารที่เป็นสากล หลังใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศเยอรมนีนานถึง 15 ปี เขาได้กลับมาประเทศไทยพร้อมมุมมองด้านอาหารที่กว้างไกลยิ่งขึ้น และความเคารพที่มีต่อวัฒนธรรมอาหารยุโรปอย่างลึกซึ้ง
มิเชลเกิดที่ประเทศอิตาลี และเติบโตโดยมีชีสเป็นใจกลางของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่อายุยังน้อย เขาได้สัมผัสถึงความหลากหลายและเอกลักษณ์ของชีสยุโรป ไม่ใช่ในฐานะสินค้าหรูหราราคาแพง แต่เป็นวัตถุดิบสำคัญบนโต๊ะอาหารของครอบครัว ความผูกพันตั้งแต่วัยเด็กนี้ได้หล่อหลอมเส้นทางของเขาในการก้าวสู่การเป็นเชฟโดยธรรมชาติ ตลอดเส้นทางอาชีพ เขาได้ทำงานกับชีสยุโรปหลากหลายประเภท นำมาประยุกต์ใช้ในเมนูระดับมืออาชีพและปรับให้เข้ากับสไตล์อาหารที่แตกต่างกัน โดยยังคงให้ความเคารพต่อแหล่งที่มาและงานฝีมือที่พิถีพิถันของชีสแต่ละชนิด
รากเหง้าวัฒนธรรมทั้งสองของเขามอบเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับเชฟมิเชล ในฐานะเชฟลูกครึ่งอิตาเลียนที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย เขาเข้าใจว่าเขาจะสามารถเชื่อมโยงสองวัฒนธรรมผ่านรสชาติได้อย่างไร ผ่านการจับคู่ความลุ่มลึกและโครงสร้างรสสัมผัสของชีสยุโรป เข้ากับความสดใหม่และความมีชีวิตชีวาของวัตถุดิบไทย งานปรุงอาหารของเขาจึงสะท้อนโลกทั้งสองใบได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ฝืนหรือปรุงแต่งเกินจริง
เชฟมิเชลยังใช้พื้นที่อินสตาแกรมส่วนตัวในการแบ่งปันผลงาน การเดินทาง และการค้นคว้าวัตถุดิบอย่างไม่หยุดนิ่งให้กับฐานผู้ติดตามที่มีส่วนร่วมและเติบโตอย่างต่อเนื่อง การมีตัวตนบนโซเชียลมีเดียช่วยให้เขาสามารถเชื่อมต่อโดยตรงกับคนรักอาหาร ผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารที่บ้าน และผู้ที่มีความเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอาหาร ทำให้เขาไม่ได้เป็นเพียงเชฟ แต่ยังเป็นกระบอกเสียงที่น่าเชื่อถือในแวดวงอาหารระดับภูมิภาคอีกด้วย
ที่ผ่านมา เชฟมิเชลยังได้มีส่วนร่วมในงานอาหารชั้นนำหลายรายการ อาทิ Heliconia Food Festival ซึ่งเมนูชีสเป็นวัตถุดิบหลัก ไม่ว่าจะเป็นเมนูจากชีส Raclette ที่คุ้นเคยไปจนถึงการรังสรรค์เมนูร่วมสมัย
มิลาด ทาเลเบียน
ผู้นำฝ่ายพาณิชย์ผู้มีประสบการณ์ 18 ปีในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นมและโภชนาการ ประจำเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันเป็นผู้ดูแลการดำเนินงานด้านพาณิชย์ของ Prolactal ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) โดยรับผิดชอบด้านกลยุทธ์การขาย การพัฒนาธุรกิจ และการขยายตลาดในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลี ไทย และเวียดนาม
มิลาดสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีควบในสาขาวิศวกรรมเคมีและวิทยาศาสตร์การอาหาร และมีประสบการณ์การทำงานในองค์กรระดับโลกอย่าง Danone, Nestlé และ Saputo มีพื้นฐานการทำงานที่ครอบคลุมทั้งด้านการผลิต การวิจัยและพัฒนา และงานขาย ช่วยให้เขาสามารถบริหารจัดการเชิงพาณิชย์โดยสร้างสมดุลระหว่างความเข้าใจทางเทคนิคและกลยุทธ์การตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ธาดา แสงกำพลี
ธาดา แสงกำพลี หรือ คุณหมู เป็นบาร์เทนเดอร์และมิกโซโลจิสต์มืออาชีพที่ได้รับการยอมรับในประเทศไทย โดดเด่นด้วยพื้นฐานด้านค็อกเทลคลาสสิกที่แข็งแกร่ง และสไตล์การโชว์บาร์เทนเดอร์ที่มีชีวิตชีวา เส้นทางอาชีพของเขาผสานทั้งเทคนิคที่แม่นยำ ความคิดสร้างสรรค์ และเสน่ห์บนเวที ทำให้เขาเป็นบาร์เทนเดอร์ที่โดดเด่นทั้งในการแข่งขันและในแวดวงบาร์มืออาชีพ
เขาเคยคว้ารางวัลจากการแข่งขันค็อกเทล แฟลร์บาร์เทนดิง (flair) และบาร์เทนเดอร์รายการสำคัญหลายเวที ทั้งรายการในพัทยา ภูเก็ต และมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศไทย รวมถึงการแข่งขันระดับภูมิภาคในสิงคโปร์และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในปี 2558 เขาเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 3rd Asia Pacific Bartending Competition ณ ประเทศสิงคโปร์ ต่อมาในปี 2560 เขาคว้ารางวัล Best Cocktail จากเวที Pattaya Flair และได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันวิดีโอระดับนานาชาติภายใต้ธีมวิสกี้ ในปี 2563
Useful documents
Videos
How to get to Thaifex - Anuga Asia
Recipes
By Chef Baitong
By Chef Clément